วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554

เมื่อถูกเพื่อนร่วมงานอิจฉา

เมื่อถูกเพื่อนร่วมงานอิจฉา 



      สังคมมนุษย์เป็นสังคมที่ไม่สามารถเปิดใจได้เต็มที่ มักจะเก็บนิสัยหลายๆ อย่างเอาไว้ แล้วค่อยๆ แสดงออกมา เช่นความอยากได้ในสิ่งต่างๆ ให้มากกว่าคนอื่นหรือเหมือนคนอื่นๆ ซึ่งถูกกดเก็บเอาไว้ ต้องทำทีเหมือนไม่สนใจ แต่ลึกๆ ในใจแล้วอยากได้ให้เหมือนเขา หรือเกินหน้าเขาทั้งนั้น

      มีหลายคนจดหมายมาฟ้องผมว่า ถูกอิจฉา ริษยา กีดกันความก้าวหน้าจากเพื่อนร่วมอาชีพ บางคนเป็นเพื่อนทาเคยรักใคร่สนิทสนมกันมาตอนเรียนมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ วิศวกร ก็อิจฉาวิศวกรด้วยกัน แพทย์ ก็อิจฉาแพทย์ด้วยกัน นักการเมือง ก็จับคู่อิจฉานักการเมือง ไฮโซ กับ ไฮโซ ก็แข่งขันกันสุดฤทธิ์ วิธีการแสดงความอิจฉาเพื่อนร่วมอาชีพหรือร่วมวงการนั้นมีหลายๆ อย่าง เช่น

   • เอาเรื่องที่เป็นความลับ หรือเรื่องส่วนตัวที่ไม่ค่อยดีของเพื่อนไปขยายให้คนอื่นฟัง แถมใส่สีใส่ใข่ให้เกินความจริงด้วย

   • เอาเรื่องที่คุยกันเล่นๆ ไปเล่าให้คนอื่นฟัง เพื่อหาพวกมาโจมตีเพื่อน

   • หาทางจับผิดมากขึ้น แล้วฟ้องนายหรือฟ้องสังคมให้เพื่อนเป็นคนผิด

   • แย่งงาน แย่งลูกค้า เอาหน้านาย หรือเอาผลประโยชน์เข้าตัวเอง

   • ถ้าอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ การแย่งแฟนกันก็พบได้บ่อยๆ

   • แย่งที่นั่งเวลาฟังบรรยายหรือประชุม เพราะอยากให้นายเห็นหน้าตัวเองชัดๆ

   • แย่งที่ยืนเวลาไปรอรับเจ้านายชั้นสูง พยายามเบียดเสียดอยากอยู่แถวหน้าใกล้คนสำคัญไม่ว่าจะยืนหรือนั่ง เบียดเพื่อนเสียกระเด็นไปเลย ฯลฯ

      สาเหตุที่อิจฉานั้น เพราะเกรงว่าเพื่อนจะเด่นหรือได้ดีกว่า ทำให้ตัวเองถูกลดความสำคัญลง ซึ่งอาจเป็นความจริงหรือเป็นสิ่งที่เขาคิดเองก็ได้ เขาอาจจะเป็นคนสำคัญมากกว่าเพื่อนที่เขาอิจฉา แต่เนื่องจากเขามีจิตใจอ่อนแอ หรือขาดความรักเพื่อนมนุษย์ เป็นคนพาล เมื่อตัวเองทำได้ไม่ดีสมใจ แทนที่จะยอมรับความจริง พยายามทำความดีให้สุดความสามารถและแสดงความยินดีกับเพื่อนที่ทำงานได้เด่นดีกว่า กลับพาลเพื่อนที่ร่วมอาชีพว่าเป็นสาเหตุทำให้เขาไม่สามารถเด่นได้ดังใจนึก

      เมื่อพบเพื่อนร่วมอาชีพอย่างนี้แล้ว ควรทำอย่างไรดีเล่า? ผมแนะนำให้อดทน และหาทางเลี่ยงจากเพื่อนแบบนี้เสีย เราคงเปลี่ยนแปลงเขาไม่ได้ เขามีนิสัย "พาล" อยู่แล้ว คบต่อไปก็เสียเวลา เสียความรู้สึกดีๆ การจะแก้นิสัยคนพาลให้เป็นคนดีนั้นไม่ง่ายหรอก มีสุภาษิตจีนกล่าวถึงการคบเพื่อนบอกไว้น่าสนใจ...ว่า"จงยอมผิดใจกับสุภาพชน แต่อย่าผิดใจกับคนพาล"

      คุณคงงงๆ ใช่ไหม ว่าทำไมเป็นอย่างนั้น มันน่าจะยอมผิดใจกับคนพาลมากกว่าสุภาพชนอ่านต่อไปซิครับ"จงห่างไกลจากคนพาล แต่อย่าแสดงตัวให้เห็นเป็นศัตรู" นึกออกแล้วใช่ไหมว่า ไม่ใช่เพียงไม่ให้ผิดใจกับคนพาลเท่านั้น แต่ให้ห่างไกลไปเลย ถ้าเราขืนไปขัดใจและแสดงตัวเป็นศัตรูกับคนพาล ผลร้ายจะตามมามากขึ้น"คบคนดีควรผ่อนปรน คบคนชั่วควรระวังกวดขัน"

      นั่นก็คือ เราต้องคอยกวดขันตัวเองไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับคนชั่วคนพาล เพื่อนพวกนี้ไปไม่ได้ไกลหรอก นิสัยไม่ดีจะแสดงออกบ่อยๆ ทำให้เป็นที่รังเกียจของคนร่วมวงการและคนทั่วไป แต่เราก็ควรยื่นเมตตาให้เขาบ้าง จะได้ไม่แค้นใจเขามากนักจนไม่มีความสุข โดยคิดว่าคนขี้อิจฉานั้นเขาก็ทุกข์เหมือนมีไฟอิจฉาอยู่ในอก ร้อนรุ่มอยู่ทุกวัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น