วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554

ดูแลรถหลังน้ำท่วม


      ปัญหาใหญ่หลังจากเจอปัญหาเรื่องน้ำท่วม ไม่ว่าน้ำจะลดไป แต่ปัญหาที่ต้องสะสางเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นต้องทำเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าบ้าน หรือ รถยนต์ ก็จะต้องมีการสะสางทำความสะอาดกันให้ดี เพราะถ้าปล่อยไว้ อาจจะเกิดปัญหากับอุปกรณ์ต่างๆ ของรถยนต์ในระยะยาวได้     
 
กรณีแรกที่น้ำท่วมไม่เยอะ ระบบเครื่องยนต์อาจจะได้รับความเสียหายเล็กน้อย โดยเฉพาะถ้าน้ำท่วมไม่มากจนรถของคุณไม่ดำน้ำลงไปทั้งคันนั้น ช่างก็จะไล่ระบบอากาศ โดยเฉพาะกรองอากาศจะต้องลดความชื้น ตรวจสอบหัวเทียน และกล่องควบคุมการทำงาน ที่ต้องมีการไล่ความชื้นเป็นอย่างดี ก่อนที่ช่างจะสตาร์ทเครื่อง ซึ่งโดยมากก็จะมีค่าใช้จ่ายระดับ 5000 -10000 บาท
น้ำท่วมแบบจมหายทั้งคัน  โดยมาก ช่างจะต้องทำงานกันหนักหน่อย และนั่นอาจหมายถึงการผ่าเครื่องยนต์ เพื่อตรวจสอบน้ำที่เข้าสู่เสื้อสูบว่ามีปริมาณมากน้อยเพียงใด และทำการไล่น้ำความชื้น และถ้าเครื่องของท่านมีอาการหลวมร่วมด้วยอยู่แล้ว มันก็เป็นโอกาสที่จะโอเวอร์ฮอลเครื่องยนต์ไปพร้อมกัน เพราะยังไงช่างต้องผ่าเครื่องออกอยู่แล้ว    

       1.พึงเอาไว้ว่าอย่าทำการสตาร์ทรถ หรือบิดกุญแจให้ไฟออนโดยเด็ดขาด จากนั้นเดินไปเปิดฝากระโปรงรถและปลดขั้วแบตเตอรี่ทันที โดยจะปลดขั้วใดขั้วหนึ่งหรือจะปลดทั้ง ขั้วบวกขั้วลบก็ได้ (จริงๆถ้าคุณคาดว่าน้ำจะท่วมสูงถึงห้องเครื่องให้เตรียมปลดขั้วแบตเตอรี่ เอาไว้ล่วงหน้าก่อนจะเป็นการดีที่สุด) เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟเข้าไปเลี้ยงระบบต่างๆของรถ รวมถึงเครื่องยนต์     
       2.เปิดประตูออกทุกบาน ให้ลมโกรก หรือถ้ามีแดดให้จอดตากแดด จากนั้นถอดเบาะนั่ง พรม ผ้าต่างๆ ที่อยู่ภายในรถออกมาซักทันที เพราะถ้าทิ้งเอาไว้นาน ความเหม็นอับจะมาเยือน      
       3.เริ่มเข้าสู่กระบวนการทางเทคนิคที่พอจะทำได้เอง คือ ปลดทุกอย่างที่เป็นขั้วไฟฟ้า โดยเฉพาะขั้วสายไฟภายในห้องเครื่อง ทั้งตัว ECUและ รีเรย์ต่างๆ จากนั้นฉีดสเปรย์ไล่ความชื้น หรือใช้ไดร์เป่าผม เป่าให้แห้ง      
       4.ถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ (ต้องรีบเอาน้ำออกจากระบบให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันสนิมจับ) รวมถึงเปลี่ยนกรองอากาศ ซึ่งประเด็นนี้ใครทำเองได้ก็ทำเลย เพราะยิ่งจัดการเร็วโอกาสที่สนิมจะมาเยือนก็น้อยตามไปด้วย แต่ถ้าไม่ไหวก็ต้องเข้าศูนย์บริการหรืออู่ ซึ่งจะมีขั้นตอนการเปลี่ยนถ่ายที่ถูกต้องและละเอียดมาก
       ...ทั้งหมดเป็นวิธีการดูแลเบื้องต้น เพราะสุดท้ายแล้วรถโดนน้ำท่วมขนาดนี้ ต้องรีบนำเข้าศูนย์บริการ หรืออู่ซ่อมที่สะดวกทันที ซึ่งน่าจะดีกว่าถ้าเลือกใช้บริการจากรถยก และขอย้ำว่าห้ามสตาร์ทเครื่องโดยเด็ดขาดถ้าจำเป็นต้องใช้รถแนะนำให้หารถเช่า หรือ หยิบยืม และ ติดรถเพื่อไปก่อนจะดีกับคุณมากกว่าค่ะ

New heart Thailand เที่ยวเมืองไทยหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน

แคมเปญใหม่จาก ททท. เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างสร้างสรรค์
จากที่ได้สนับสนุนให้คนไทย เที่ยวไทยด้วยกันได้อย่างคึกคักแล้ว ก็อยากให้ทุกคนเที่ยวไป
และคำนึงถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรของเราด้วยการไปเที่ยวอย่างมีจิตสำนึก ไม่ทำลายหรือนำความ
เสียหายสู่สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้คนไทยรุ่นหลัง หรือตัวเราเองเมื่อมองย้อนกลับไปถึงที่ๆ เรา
เคยไปเที่ยวมาแล้ว ภูมิใจ อิ่มเอมใจ ว่าที่ๆ เราไป ยังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่เหมือนเดิม

เที่ยวอย่างสร้างสรรค์

เปิดหูเปิดตา เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการ
นำไปสร้างจินตนาการ หรือสร้างสรรค์ในการทำงานได้อย่างเต็มที่ เพราะได้รับมุมมอง ประสบการณ์
ใหม่ ๆ จากสถานที่สวย ๆ ที่เราร่วมกันรักษามาอย่างเต็มที่

เที่ยวด้วยกัน

ไม่ว่าจะกับเพื่อน กับครอบครัว หรือกับคนแปลกหน้าก็ตาม ต่างคนต่างมีความแตกต่างกัน แต่สิ่ง
ที่แตกต่างเหล่านี้เป็นประสบการณ์ใหม่ของเราได้ เมื่อเราเปิดใจยอมรับไปด้วยกัน เราก็จะได้
มีความสุขไปด้วยกัน

Lionjob สนับสนุนให้ทุกคนเที่ยวเมืองไทยอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเมืองไทยของเรานะคะ

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

เทคนิคขับรถขึ้น-ลงภูเขา สำหรับเกียร์ออโต้

สำหรับคนที่ชอบเที่ยวต่างจังหวัด ไปภูเขา น้ำตก โดยการขับรถไปเองวันนี้มี เทคนิคการขับรถขึ้น-ลงเขาอย่างปลอดภัย มาฝากครับ
คนกรุงเทพฯ รถเกียร์ออโต้ คงเป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะให้ความสะดวกสบายในการขับขี่ โดยไม่ต้องสนใจกับการเข้าเกียร์เลย แต่พอเราจะเอารถเกียร์ออโต้คันเก่งไปเที่ยวภูเขา น้ำตก ซึ่งไม่ใช่ที่ราบ เราจำเป็นต้องเรียนรู้ถึงวิธีการขับรถอย่างถูกวิธีเพื่อความปลอดภัยของตัวเองเองและเพื่อนร่วมทางกันครับ

การขับรถขึ้นภูเขา

อันนี้แนะนำว่าให้ใช้เกียร์ D จะดีที่สุด เนื่องจากเกียร์ออโต้จะสามารถทดเกียร์ต่ำลงได้เองโดยอัตโนมัติเมื่อเครื่องยนต์ขาดแรงในการส่งขึ้น เกียร์ออโต้จะคอยเปลี่ยนเกียร์ให้ตลอด การใช้เกียร์ที่ไม่เหมาะสมจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักเกินไป ถ้ารู้สึกว่ารถยังเคลื่อนที่ช้าก็ให้เหยียบคันเร่งเพิ่มจากปกติ พยายามสังเกตรอบเครื่องยนต์ไม่ให้เกิน 4,000 รอบ/นาที

การขับรถลงภูเขา
การขับรถลงจากเขาจะมีแรงโน้มถ่วงคอยฉุดรถให้ลงจากเขา วิธีที่ดีที่สุดในการขับรถลงเขาคือใช้เกียร์ต่ำเข้าช่วย ส่วนมากจะใช้เพียงเกียร์ 1 และเกียร์ 2 ในการลงเขาเท่านั้น ในขณะที่เราใช้เกียร์ต่ำเครื่องยนต์จะมีกำลังมาก เครื่องยนต์จะช่วยต้านไม่ให้รถไม่ให้รถลงจากเขาเร็วไป หรือที่เรียกว่า Engine Brake

ถ้าความเร็วรถยังไม่อยู่ในความเร็วที่ปลอดภัยให้ใช้เบรคย้ำเป็นระยะๆ ครั้งละไม่เกิน 5 วินาที ไม่ควรเหยียบเบรคแช่เป็นเวลานาน เพราะจะทำให้เบรคเกิดความร้อน และจะเบรคไม่อยู่ในที่สุด

ถ้าทางลงเขายาว แล้วจำเป็นต้องเหยียบเบรคตลอด อาจเป็นเพราะคันหน้าขับช้า ให้หาที่จอดรถริมทางพักรถเป็นระยะๆ เพื่อลดความร้อนที่สะสมในระบบเบรค และ ห้ามใช้น้ำราดเข้าไปที่จานเบรคในขณะที่ยังร้อนอยู่ จะทำให้จานเบรคคด เสียหายได้

ในการเข้าโค้งที่เป็นเนินขึ้นหรือลง เราอาจจะมองไม่เห็นรถที่วิ่งสวนมา ให้เบรคชะลอรถก่อนเข้าโค้ง เมื่อใกล้จะหลุดโค้งแล้วให้เหยียบคันเร่งส่งจะช่วยให้บังคับรถได้ง่ายขึ้น ในการเข้าโค้ง ให้บังคับรถให้อยู่ในเลนส์ฝั่งเรา และระวังรถฝั่งตรงข้ามที่อาจแซงในทางโค้งมาที่เลนส์เราด้วย

การขับรถลงเขาห้ามปล่อยเกียร์ว่างลงเขาโดยเด็ดขาด เพราะจะไม่มีเครื่องยนต์ช่วยในการควบคุมความเร็ว และยังอาจสร้างความเสียหายให้กับระบบเกียร์ออโต้ได้อีกด้วย ตอนสมัยขับรถใหม่ๆ ก็เคยเข้าเกียร์ผิดปล่อยเกียร์ว่างลงจากผาเดียวดาย เขาใหญ่ เจอหลุมแล้วหลบไม่ทันตกหลุมเข้าจังๆ โชคดีที่ว่าเป็นล้อขอบ 14 มียางหนา ถ้าเป็นขอบ 15 หรือ ขอบ 17 ยางอาจจะแตก แม๊กดุ้งได้เหมือนกัน

ถ้าเครื่องเร่งไม่ขึ้น รถไม่มีแรง ให้ปิดระบบแอร์ทั้งหมด จะช่วยได้ในระดับหนึ่งครับ

ตัวอย่าง ภูเขาและที่เที่ยวที่รถเก๋งไปได้สบาย
เขาใหญ่, เขาค้อ, สวนผึ้ง ราชบุรี, ดอยตุง

ตัวอย่าง ภูเขาและที่เที่ยวที่รถเก๋งไปได้แต่เส้นทางไม่ค่อยดี, ต้องใช้ฝีมือ, รถมีความพร้อม

ภูทับเบิก, ดอยแม่สลอง, เขาแผงม้า, ดอยอ่างขาง, ดอยอินทนนท์

ขอบคุณ http://www.khaoko.com

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

มาแล้ว งานพีชสวนโลกเชียงใหม่ ราชพฤกษ์ 2554


    คิดถึงเชียงใหม่กันหรือเปล่าคะ สำหรับคนที่เคยไปงานราชพฤกษ์ ที่เชียงใหม่มาก่อนแล้ว ตอนปี 2550 คิดว่าคงมีใจอยากกลับไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่เชียงใหม่กันอีกครั้งแน่นอน
     ปีนี้ค่ะ ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2554 ถึงสิ้นเดือน กุมภาพันธ์ 2555 หากคุณได้มีโอกาสแวะมาที่เชียงใหม่ ก็เอางานราชพฤกษ์ ไปไว้ในทริปของคุณด้วยนะคะ
     ไม่ว่าจะเทศกาลไหน ในหน้าหนาว ก็มีงานจัดที่ราชพฤกษ์ค่ะ ตั้งแต่ เพราะช่วงเดือน พ.ย. - ก.พ. ก็มีเทศกาลให้จัดมากมายด้วยสิ ถ้าอยากลองแวะมา ลองติดตามข่าวสารดูนะคะ ว่าจะมีการจัดงานในวันไหนบ้าง
แต่รับรอง ยิ่งใหญ่สมชื่อ "มหกรรมพืชสวนโลก" แน่นอนค่ะ

การเดินทางไปงาน
ทางรถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) ผ่านอยุธยา อ่างทอง นครสวรรค์ แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ไปยังพิษณุโลก แล้วต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านลำปาง ลำพูน ถึงเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 695 กม.
อีกหนึ่งเส้นทางคือ จาก นครสวรรค์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านกำแพงเพชร ตาก และลำปาง ถึงเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 696 กม.

หรือ ขึ้นรถโดยสาร หรือเครื่องบิน มาลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ก็สะดวกมากค่ะ เพราะมีให้เลือกทุกสายการบิน ทุกเที่ยวบิน

เมื่อมาถึงเชียงใหม่แล้ว แนะนำให้ เช่ารถในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเดินทางให้สะดวก และเที่ยวได้สะใจเต็ม ๆ ค่ะ

โดยรถยนต์ จากตัวเมืองเชียงใหม่ วิ่งมาทางทิศใต้ประมาณ 6 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 108 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่สถานที่จัดงานอีกประมาณ 2 กิโลเมตร
จากท่าอากาศยานสากลจังหวัดเชียงใหม่ วิ่งเลียบคลองชลประทานมาทางทิศใต้ประมาณ 6 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่สถานที่จัดงานอีกประมาณ 2 กิโลเมตร

ที่พักในระหว่างการจัดงาน : มีโรงแรมที่พักในทุกระดับราคา กว่า 418 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ ที่พร้อมให้บริการกับแขกผู้มาเยือนทุกท่าน

งาน มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554
The International Horticultural Exposition: Royal Flora Ratchaphruek 2011

งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 ปลายปีนี้จัดยิ่งใหญ่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวง พระราชินี และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมาร ตระการตาด้วยพืชพรรณไม้นานาชนิดในรูปของการจัดสวน และการประกวด ภายใต้แนวคิด ทัศนคติสีเขียว ปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และช่วยกันลดสภาวะโลกร้อน งานดังกล่าวจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่
พื้นที่จัดงานประมาณ  470 ไร่    
ระยะเวลาการจัดงาน : 99 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555
จันทร์-ศุกร์ เปิดตั้งแต่ 9.00 น. - 21.00 น.
เสาร์ และอาทิตย์ เปิดตั้งแต่ 9.00 น. - 22.00 น.
ประตูเปิด ก่อนการแสดงเริ่มประมาณ 30 นาที
จำหน่ายบัตรตั้งแต่ 08 ส.ค. 2554 เป็นต้นไป

จองตั๋วได้ที่ http://www.royalflora2011.com/2011/en
ข้อมูลจาก http://www.lionjob.com/

การเปลี่ยนแปลงในความเชื่อทางศาสนานี้ทำให้เกิดอะไรขึ้นกับผู้บริโภค ญี่ปุ่น

  วันนี้นำเรื่อง ดี ๆ เกี่ยวกับการทำการตลาดแบบ ญี่ปุ่น ๆ มาฝากจากเว็บบล็อคชองคุณ Nutto Sensei มาฝากกันค่ะ การทำการตลาดแบบญี่ปุ่นกับแบบของไทยนั้น เนื่องจากเราเป็นเมืองที่นับถือศาสนาพุทธและมีความศรัทธาในศาสนาอย่าง แรงกล้าเหมือนกัน lionjob จึงคิดว่า ความเปลี่ยนแปลงของการนับถือศาสนาของชาวญี่ปุ่น วันหนึ่งอาจเกิดขึ้นที่ไทยได้เหมือนกัน หากเรานำเรื่องนี้มาประยุกต์ใช้ได้ ก็จะสามารถป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นเหมือนกับที่ญี่ปุ่นได้นะคะ ลองไปฟังเรื่องราวจาก คุณ Nutto Sensei ดูค่ะ




ช่วงที่ผ่านมาผมมี โอกาสกลับไปเยือนประเทศญี่ปุ่น ก็ได้ไปดูงานแสดงภาพต่างๆ ในญี่ปุ่น เกิดข้อสังเกตหนึ่งขึ้นมาว่า ศิลปินญี่ปุ่นรุ่นหลังๆ ไม่ค่อยวาดภาพที่เกี่ยวข้องกับศาสนาเหมือนๆ กับศิลปินบ้านเราเท่าไรนัก หรือในบางทีหลายๆ คนที่เคยดูหนังดูละครญี่ปุ่นคงสังเกตเห็นว่า มักมีฉากที่คนญี่ปุ่นแต่งงานกันในโบสถ์คริสต์กันบ่อยครั้ง แม้ว่าไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์ก็ตาม หรือแม้แต่การที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะบอกว่าตนไม่ได้นับถือศาสนาใด ทั้งหมดแล้วพวกเขามีเหตุผลเบื้องหลังอยู่และก็ค่อนข้างเกี่ยวข้องกับเรื่อง ที่เราคุยกันอยู่เหมือนกัน

เมื่อคราวที่แล้วเราได้คุยกันถึงการ เปลี่ยนแปลงของสังคมญี่ปุ่นภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อประเทศสหรัฐอเมริกาเข้ามาดูแลความเรียบร้อยภายในไปบ้าง แต่แท้ ที่จริงแล้วอีกทางด้านหนึ่งสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังเปลี่ยนแปลงความเชื่อและค่านิยมทางศาสนาของชาวญี่ปุ่นอีกด้วย

ใน สงครามครั้งนั้นได้มีการกล่าวอ้างว่าเป็นการทำสงครามเพื่อองค์ จักรพรรดิญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพเจ้าสูงสุดในศาสนาชินโต ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติของญี่ปุ่น แต่ผลของสงครามได้สร้างความรบอบช้ำให้แก่ชาวญี่ปุ่นอย่างมากจนคนรุ่นหลัง เกิดความคิดว่าการยืดถือในศาสนาที่มากเกินไปทำให้เกิดปัญหาตามมา และมีภาพลบต่อคนที่เคร่งครัดในศาสนาเช่นกัน

คำถามก็คือ... แล้วการเปลี่ยนแปลงในความเชื่อทางศาสนานี้ทำให้เกิดอะไรขึ้นกับผู้ บริโภค ญี่ปุ่นบ้างล่ะ??

ผลลัพธ์ที่เห็นได้ก็คือ การขาดที่ยืดเหนี่ยวทางจิตใจเมื่อพบกับปัญหาต่างๆ ในชีวิต ซึ่งคนที่หาทางออกไม่ได้ก็มักจะหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวอย่าง (ซึ่งสถิติคนญี่ปุ่นฆ่าตัวตายปีละประมาณ 30,000 คน) สำหรับคนที่พยายามจะหาทางออกก็จะหันไปพึ่งพาสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการในการแก้ไขปัญหาชีวิต หรือหลบเลี่ยง บรรเทาปัญหาเหล่านั้น อาจเป็นในรูปแบบของลัทธิความเชื่อแบบต่างๆ เช่นการใช้เครื่องรางของขลัง ที่จะเห็นได้จากสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่ขายพวงกุญแจ หรือที่ห้อยโทรศัพท์ แล้วบอกว่าช่วยอะไรให้ได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็น ให้สมหวังในความรัก สอบผ่าน เดินทางปลอดภัย กิจการรุ่งเรื่อง และอื่นๆ รวมไปถึงธุรกิจเพื่อความผ่อนคลายต่างๆ เรียกโดยรวมว่า IYASHI BUNKA (癒し文化)ซึ่งมีตัวเลขการเติบโตของธุรกิจสูงมากในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา อย่างเช่น ดนตรีที่ออกมาในแนวผ่อนคลาย ธุรกิจสปา นวดอโรมา เป็นต้น

แล้ว สำหรับประเทศไทยเราหละ เป็นอย่างไร???

credit : http://www.olrepublic.com/

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

ขับรถเที่ยวเชียงราย แนะนำโปรแกรมเที่ยวเชียงราย 3วัน2คืนค่ะ

ช่วงนี้หน้าฝน เป็นช่วงที่รู้สึก แอคทีฟยังไงไม่รู้ค่ะ สงสัยชาติก่อนเป็นกบ ^^ อยากจะหาโปรแกรมไปเที่ยวเผื่อไว้หน้าหนาวเลย จะได้ไม่เสียเวลาคิดนาน อยากไปจะได้ไปเลยช่วงสิ้นปี เพราะหลังจากฝนตกอยู่พักใหญ่ คงมีอะไรสวยๆ ให้ดูเยอะเนอะ

วันที่ 1
ถ้ามาโดยเครื่องบินควรมาเชียงราย เที่ยวบินเช้าที่สุด(แอร์เอเชีย มาถึงเชียงราย 8.00น.ส่วนการบินไทย มาถึง 8.30น.) เพื่อจะได้เที่ยวอย่างเต็มที่
หรือลงเครื่องที่เชียงใหม่ ก่อนสัก 1 วัน เพื่อเช่ารถที่เชียงใหม่ ขับรถเที่ยว ให้หนำใจ แล้วอีกเช้าก็ออกจากเชียงใหม่มุ่งหน้าสู่เชียงราย สัก 3-4 ชั่วโมงจากเส้นดอยสะเก็ดก็ถึงแล้วค่ะ
- เที่ยวบ้าน อ.ถวัลย์ ดัชนี
- ต่อด้วยดอยแม่สลอง
  มีพิพิธภัณฑ์ สัมผัสวิถีชีวิตชาวจีนยูนนาน พระธาตุศรีนครินทร์ แวะไร่ชาชิมชาให้ชื่นใจ และทานอาหารจีนแท้จากยูนนาน
- หลังจากนั้น ไปแอ่วต่อที่ เชียงแสน
   มีหอฝิ่น สามเหลี่ยมทองคำ พระธาตุจอมกิตติ พระธาตุผาเงาและลองหาทานปลาแม่น้ำโขง เป็นอาหารเย็น
- กลับที่พัก พักผ่อนให้เต็มที่
- ช่วงค่ำ...ถ้ายังไม่เหนื่อย ก่อน 2 ทุ่ม หรือ 3 ทุ่ม ไปชมหอนาฬิกาประกอบแสงสีเสียง เดินไนท์บาซาร์เชียงราย หาอะไรกินเล่น

วันที่ 2
ทานอาหารเช้าที่ร้านอาหาร บ้านชีวิตธรรมดา ร้านอาหารเล็กๆ ในบรรยากาศผ่อนคลาย

- เที่ยวดอยตุง
  พระธาตุดอยตุง ผาช้างมูบ สวนดอกไม้ พระตำหนัก ต่อด้วย  แม่สายไปช็อปปิ้ง หรือเดินข้ามแดนไปพม่าเพื่อช็อปต่อ
ถ้าอย่างแพร ช็อปเพลิน 2 จุดก็หมดวันแล้วค่ะ
- แต่ถ้าขากลับมีเวลา ก็น่าแวะเที่ยวศูนย์ภาษาจีนที่ ม.แม่ฟ้าหลวง ดอยดินแดง(ชมเครื่องปั้นดินเผา)ค่อยกลับที่พัก
- ช่วงค่ำถ้า ไปทานอาหารเหนืออร่อยเยอะแยะที่ถนนคนเดิน(มีเฉพาะวันเสาร์)

วันที่ 3
ทานอาหารเช้า
- เข้าวัดทำบุญกัน ที่ วัดร่องขุ่น วัดพระสิงห์ วัดพระแก้ว
- ทานอาหารเที่ยง(น้ำเงี้ยว หรือ ข้าวซอยไก่) 
- ถ้าเวลายังพอมีบ้างไปเที่ยวปางช้าง หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร หรือ ไปแช่น้ำพุร้อน หมู่บ้านผาเสริฐ
- ถ้ากลับวันนี้ก็ขับรถกลับตั้งแต่บ่ายๆ นะคะจะได้ไม่มืดมาก

ขอบคุณ เว็บไซด์บ้านณัฐวดีนะคะ

วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

ขับรถเที่ยวเชียงใหม่กันเถอะ ^^


เชียงใหม่ หรือชื่อเดิม นพบุรีศรีนครพิงค์ก่อตั้งเป็นราชธานีแห่งอาณาจักรล้านนาเมื่อกว่า 700 ปีก่อน โดยพญาเม็งรายมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งราย ต่อมาในสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เชียงใหม่มีฐานะเป็นเมืองประเทศราช และเมื่อมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการปกครองส่วนภูมิภาคในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมืองเชียงใหม่จึงเปลี่ยนฐานะเป็นมณฑลพายัพ และกลายเป็นจังหวัดในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

เชียงใหม่นับเป็นศูนย์กลางของจังหวัดในภาคเหนือ โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เนื่องจากความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยว ทั้งทางด้านธรรมชาติอันงดงาม ด้านศิลปวัฒนธรรม และประเพณีของชาวเชียงใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์น่าประทับใจ และความพรั่งพร้อมในเรื่องสถานที่พักและบริการด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ที่หลากหลาย เป็นที่ดึงดูดคนมาท่องเที่ยวนับล้านคนในแต่ละปี
  
 
ช่วงฤดูหนาวจัดเป็นช่วงที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ช่วงนั้นจะมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดเทศกาล ทำให้การจราจรในย่านตัวเมืองติดขัด แนะนำให้ใช้รถสองแถว หรือเช่ารถจักรยาน รถมอเตอร์ไซค์ ขี่เที่ยวในย่านตัวเมืองเชียงใหม่จะสะดวกที่สุด

การขับรถเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ที่สภาพเส้นทางลาดชันไปตามไหล่เขา ผู้ขับต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้นและเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

ช่วงเวลาสำหรับการดูนกบนดอยอินทนนท์ คือ ช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งจะมีนกอพยพหนีหนาวมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

ในเชียงใหม่มีสถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทยอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งสวยงามไม่แพ้กัน เช่น ดอยอินทนนน์ ดอยขุนแม่ยะ ดอยขุนช่างเคี่ยน ดอกนางพญาเสือโคร่งมักออกดอกบานสะพรั่งพร้อมกันทั้งต้นในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ หากต้องการขับรถเที่ยวช่วงเวลาใด ก็ควรตรวจสอบข้อมูลก่อนเดินทางไปท่องเที่ยวนะคะ

การเตรียมรถ และเตรียมตัว เดินทางไกล

ตอนนี้หน้าฝนแล้ว หลาย ๆ ที่มีปัญหาเรื่องฝนตก ถนนลื่น น้ำท่วมบ่อยมากเลย เลยอยากนำเรื่องการเตรียมตัวสำหรับการขับรถมาแชร์ให้ทุกคนค่ะ เพราะจะต้องเตรียมความพร้อมกันหลาย ๆ อย่าง เพื่อความปลอดภัย ของคนขับ และผู้ที่ร่วมอยู่ในเส้นทางเดียวกัน ห่วงใยตัวเองแล้วอย่าลืมห่วงใยคนรอบข้างนะคะ ^^

แบ่งสองเรื่องคือรถ กะคน งันเอาเรื่องรถก่อนละกัน

ควรจะมีการเตรียมความพร้อมของรถเรื่องแรกก็คงเป็นเรื่องยางก่อน

การเดินทางนั้นลมยางเป็นส่งสำคัญไม่น้อย และหลายๆคนก็ละเลยเรื่องนี้ เราควรเติมลมยางเพิ่มกว่าปกติซัก 2 -3 ปอนล์
แล้วก็มีหลายคนว่าทำไมต้องเติมเพิ่มด้วยละ เหตุผลก็คือในยางที่มีลมอ่อนนั้น จะมีความสามารถในการระบายความร้อนได้ช้ากว่าหรือต่ำกว่าล้อที่มีลมยางแข็งกว่า โมเลกุลของลมยางที่น้อยจะมีพื้นเหลือในล้อมากทำให้มีการขยับตัวได้เยอะกว่า เมื่อมีการขยับตัวที่เยอะกว่า ก็จะเกิดความร้อนได้เยอะกว่า ก็เหมือนหลักการของเตาไมโครเวฟ ที่คลื่นจะทำให้โมเลกุลของวัตถุ เกิดการขยับตัวเพื่อให้เกิดความร้อน
การเติมลมยางนั้นเราควรทำเมื่อยางมีอุณหภูมิต่ำ เช่นตอนเช้าก่อนรถวิ่ง เพราะถ้ารถวิ่งแล้วจะทำให้ลมยางร้อนขึ้น และก็จะทำให้ความดันของลมยางเปลี่ยน ซึ่งหลายๆคนบอกว่าจะทำได้อย่างไร เนื่องจากที่บ้านไม่มีที่เติมลม ก็ต้องไปเติมที่ปั๊มน้ำมัน ก็ทำให้มีสองวิธีต่อมา
คือ เติมตอนวิ่งไปแล้ว ถ้าใช้วิธีนี้ ก็ต้องวิ่งไปไม่เกิน 2 กิโลเมตร หรืออีกวิธี ก็คือ เติมก่อนเข้าบ้านวันก่อนเดินทาง โดยเติมให้เกินซัก ปอนล์ แล้วมาวัดลมยางตอนเช้าก่อนเดินทางก็ได้ ถ้าเกิน ก็ปล่อยลมออก
การเติมลมยางที่มากกว่าปกตินั้นจะช่วยในหลายๆ เรื่องคือช่วยให้ล้อระบายความร้อนได้ดีขึ้น ก็ความร้อนสะสมน้อยกว่าในระยะทางที่เท่ากัน การที่เราเดินทางไกล ส่วนมากก็มีการบรรทุกตามมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นของต่างๆ และผู้โดยสาร ทำให้ยางทำงานหนักมากกว่าปกติการที่มีลมยางเพิ่มขึ้นทำให้ยางยังสามารถรักษาความสามารถของยางให้คงเดิมได้ และสิ่งสุดท้ายก็คือทำให้ประหยัดน้ำมันได้ เพราะใช้ลมยางที่เหมาะสมกะสภาพการบรรทุกและการขับขี่ 

เรื่องต่อมาก็คือ อุปกรณ์ในการเปลี่ยนยางควรเตรียมให้พร้อมไม่ว่าจะเป็นแม่แรง ประแจถอดล้อ รวมถึงอุปกรณ์ลากจุงต่างๆ(ถ้ามีไปด้วยจะดีมาก) เราไม่ได้ใช้ก็ช่วยคนอื่นได้ และที่สำคัญที่หลายๆคนไม่ได้ใส่ใจเลยก็คือ ลมยางของยางอะไหล่ อันนี้สำคัญมากๆ
ต่อมาก็มาดูในห้องเครื่องบ้าง
ก็เริ่มจากดูระดับของเหลวต่างๆ ว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ ถ้าชีวิตนี้ไม่เคยเปิดดูก็น่าจะเป็นโอกาศที่ดีในการทำ ต่อมาก็เติมน้ำใส่กระบอกฉีดน้ำ อันนี้จะช่วยเราได้ตอนเดินทาง เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังต่อไปว่าช่วยในการเดินทางได้ยังไง ของเหลวที่อยู่ในห้องเครื่องนี้ถ้าไม่ได้อยู่ในระดับที่เหมาะสมก็หาเติมซะน่ะคะ แล้วก็พกไปด้วยเผื่อจำเป็นต้องใช้ตอนเดินทาง ของเหลวของผมนี่รวมถึงนำกลั่งแบตเตอร์รี่ด้วยน่ะคะ

ที่นี้เรามาดูว่าอะไรที่ต้องเตรียมไว้บนรถบ้าง

1 ไฟฉาย
2 อุปกรณ์ในการเปลี่ยนล้อ และการลากจุง
3 ร่ม
4 เบอร์ฉุกเฉิน เช่น เบอร์ตำรวจทางหลวงเป็นต้น
5 อุปกรณ์ปฐมพยาบาล(ถ้ามีได้จะดีมาก)


ในการเดินทางการกินเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ดังนั้นถ้าจะกินถ้าเป็นผลไม้ ก็ควรปลอกให้เสร็จ หันเป็นชิ้น พยายามอย่าใช้ของมีคมในรถ เพราะโอกาศการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก บางที่อาจจะถึงชีวิตได้ค่ะ การกินของที่ใช้ไม้เสียบ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรหลีกเลี่ยงด้วยเช่นกัน


การขับรถทางไกลนั้นเราควรมีการพักทุก 3- 4 ชั่วโมง หรือประมาณ 300-400 กิโลเมตร เพื่อเป็นการพักทั้งคนและรถ และเมื่อถึงจุดพัก ไม่ควรดับเครื่องโดยทันที ควรปิดแอร์ และให้เครื่องอยู่ในรอบเดิมเบาซัก 1-2 นาที เพื่อให้น้ำมันเครื่องทำหน้าที่ระบายความร้อนให้เครื่องได้ดีขึ้น ถ้าจะเปิดกระโปงหน้าได้ก็ดีค่ะ แต่ระวังหน่อยนะ เพราะว่ามันจะร้อนมาก และสำคัญอย่างยิ่งสำหรับรถที่เป็นเครื่องเทอร์โบดีเซลควรจะให้อยู่ในรอบเดินเบานานกว่าเครื่องเบนซิน คือประมาณ 2-3 นาที แต่ถ้ามีเทอร์โบทามเมอร์ก็แล้วไป

ในการระหว่างที่รถวิ่งอยู่ในช่วงการเดินทางควร ฉีดน้ำฉีกกระจกเป็นระยะ เพื่อแก้ง่วงได้(ช่วยได้บ้าง) แต่หลักๆ ก็คือเป็นการลดความร้อนของกระจกหน้าลง ทำให้ภายในห้องโดยสารเย็น แต่ที่สำคัญเป็นการทำความสะอาดกระจกหน้า เนื่องจากการที่วิ่งทางไกลฝุ่นจะกะที่กระจกหน้า เป็นเหมืนอฟิล์ม ทำให้เกิดเป็นภาพซ้อนโดยที่เราไม่รู้ตัว เป็นผลทำให้ คนขับต้องใช้สายตามากกว่าปกติ ซึ่งการฉีดน้ำทำความสะอาด ก็เป็นการแก้ปัญหานี้ได้ และการเกิดภาพซ้อนนั้น ก็จะทำให้การกะระยะมีความเพี้ยนด้วยเช่นกัน

การจอดรถ

การจอดรถหลายๆครั้งเราหลีกเลี่ยงการจอดกลางแจ้งไม่ได้ แล้วเราจะทำอย่างไรให้รถเย็นเร็วที่สุด
ถ้าใครมีกันสาด หรือที่เรียกกันว่า เวทเทอร์กาดต์ ถ้าติดเอาสวยหรือไว้สูบบุหรี คราวนี้จะได้ใช้ประโยชน์อื่นกันซักที่ ก็ให้ลดกระจกลงซักเล็กน้อยในอยู่ในระดับที่คนภายนอกมองไม่เห็นว่าลดกระจกลง เท่านี้ก็เป็นทำให้รถเย็นลงได้เยอะมากๆ ผมเองได้ทำแบบนี้ ผมว่าลดความร้อนได้ประมาณ 50% เลยที่เดียว

ถ้าใครไม่มีก็ต้องมาอ่านต่อ

ตอนที่เราจอดรถตากแดดมานาน ก็ให้เปิดประตูหรือลดกระจกทุกบานลง แล้วให้เปิดพัดลมแอร์ให้สุด เพื่อไรความร้อนที่สะสมอยู่ในช่องแอร์ออกให้หมด แล้วค่อยเปิดแอร์ตาม

ต่อมาก็ในฉีดน้ำกระจกหน้า เพื่อเป็นการลดความร้อนกระจกหน้าลง เพราะกระจกหน้ามีพื้นที่ประมาณ 60 % ของตัวรถ
ปล. การฉีดน้ำกระจกหน้าตอนจอดรถตากแดด และระหว่างเดินทางนั้นไม่ต้องกลัวว่าอุณหภูมิน้ำ กับกระจกจะต่างกันเยอะจนทำให้กระจกแตก เนื่องจากอุณภูมิของน้ำฉีดกระจกไม่ใช่น้ำเย็นอย่างที่คิด น้ำจากกระบอกฉีดน้ำอยู่ในห้องเครื่อง ทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูงกว่าน้ำปกติอยู่แล้วจึงไม่เป็นปัญหา

หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะคะ สุดท้าย
ดื่มไม่ขับ นะคะ