วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554

ประโยคที่ทำลายอีโก้ของมนุษย์

ประโยคที่ทำลายอีโก้ของมนุษย์

      น้ำเสียง และคำพูดบางคำ แทนที่จะช่วยปลอบใจคนอื่น กลับกลายเป็นเสมือนหอกดาบที่ทิ่มแทงเขาให้เจ็บปวดยิ่งขึ้น เวลาคุณทำอะไรผิดพลาด หรือกำลังหมดหวังในชีวิต แล้วมีเพื่อนสนิทหรือคนรู้จักที่เคยนับถือกันมาพูดกับคุณว่า

Smiley"ไม่น่าเลยนะ ไม่ควรเลย" หรือ "ฉันบอกเธอแล้ว!" คุณฟังแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง?โดยเฉพาะถ้าเขาพูดด้วยน้ำเสียงแสดงความผิดหวัง ประชด หรือสมเพช คุณจะยิ่งทุกข์ใจมากยิ่งขึ้น

      บางคนแทบอยากไปตายให้สิ้นเรื่องไปเลย เพราะเขารู้สึกว่าเหมือนทำผิดมากขึ้น และให้คนอื่นดูถูกหรือเวทนาเขา อีโก้ หรือความเป็นตัวตนของเขาที่มีอยู่น้อยนิดในตอนผิดหวัง ก็จะยิ่งลดน้อยลงไปอีก เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้

     มนุษย์เมื่อถูกทำลายอีโก้จนหมด จะอยากฆ่าตัวตาย อยากทำลายคนอื่นหรือสังคมได้ เพราะเขาไม่มีความอาย หรือละอายแก่ใจอีกแล้ว ประโยคที่ทำลายอีโก้ของมนุษย์ดังกล่าวข้างต้นจึงไม่ควรพูด ถ้าจะพูดปลอบใจคนที่กำลังหมดหวัง เราควรจะถ่อมตัวลง แสดงความเข้าใจและเห็นใจเขา อยากช่วยเหลือ และให้ความหวังเขาด้วย เช่น อาจจะพูดว่า

Smiley"ฉันเห็นใจเธอมาก""ฉันเข้าใจเธอนะ" "ฉันก็เคยตกที่นั่งแบบนี้มาก่อน""เริ่มใหม่นะ ฉันเอาใจช่วย และมองหาทางช่วยด้วย" คำพูดเหล่านี้เท่ากับไปเสริมอีโก้ที่กำลังอ่อนแอของเขาให้เข้มแข็งขึ้น แล้วเขาก็จะดำเนินชีวิตต่อไปได้ 


      น้ำเสียงที่พูดก็ต้องสุภาพ ถ่อมตน และมีความรู้สึกว่าเขาเป็นคนมีค่า ไม่ว่าเขาจะอยู่ในสภาพใดก็ตาม เราต้องรู้จักแสดงความรักเพื่อนมนุษย์ให้เหมาะสม และถูกต้องนะครับ ไม่ใช่ไปแสดงความรักเพื่อนมนุษย์ แบบใช้ถ้อยคำที่แสดงความเห็นใจแบบทำลายอีโก้ของเขา จนเขาอยากตายจากไป

      แล้วจะมาอ้างว่าฉันไม่รู้ เขาคิดมากไปเอง ช่วยไม่ได้นี่ ซึ่งก็คงช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะเขาไม่รู้ ไม่เข้าใจว่าจิตใจมนุษย์ยามตกต่ำนั้นมักจะเปราะบางและอ่อนแอ ถ้าไม่สิ่งใดสิ่งหนึ่งไปกระทบเข้า ก็แตกสลายได้ง่าย ตอนนี้ก็รู้แล้ว คงจะระวังคำพูดและน้ำเสียงที่จะแสดงกับเพื่อนมนุษย์ให้มากขึ้น ไม่เช่นนั้นจะเหมือนกับเรากำลังช่วยคนอื่น แต่กลายเป็นการทำบาปให้เขา

      แม้จะอ้างว่าเป็น “บาปบริสุทธ์” ที่เกิดจากความไม่รู้ก็ตาม แต่ใครจะรับผิดชอบจาก “บาปบริสุทธ์” ที่เราก่อขึ้นหรือ??


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น