วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

การเปลี่ยนแปลงในความเชื่อทางศาสนานี้ทำให้เกิดอะไรขึ้นกับผู้บริโภค ญี่ปุ่น

  วันนี้นำเรื่อง ดี ๆ เกี่ยวกับการทำการตลาดแบบ ญี่ปุ่น ๆ มาฝากจากเว็บบล็อคชองคุณ Nutto Sensei มาฝากกันค่ะ การทำการตลาดแบบญี่ปุ่นกับแบบของไทยนั้น เนื่องจากเราเป็นเมืองที่นับถือศาสนาพุทธและมีความศรัทธาในศาสนาอย่าง แรงกล้าเหมือนกัน lionjob จึงคิดว่า ความเปลี่ยนแปลงของการนับถือศาสนาของชาวญี่ปุ่น วันหนึ่งอาจเกิดขึ้นที่ไทยได้เหมือนกัน หากเรานำเรื่องนี้มาประยุกต์ใช้ได้ ก็จะสามารถป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นเหมือนกับที่ญี่ปุ่นได้นะคะ ลองไปฟังเรื่องราวจาก คุณ Nutto Sensei ดูค่ะ




ช่วงที่ผ่านมาผมมี โอกาสกลับไปเยือนประเทศญี่ปุ่น ก็ได้ไปดูงานแสดงภาพต่างๆ ในญี่ปุ่น เกิดข้อสังเกตหนึ่งขึ้นมาว่า ศิลปินญี่ปุ่นรุ่นหลังๆ ไม่ค่อยวาดภาพที่เกี่ยวข้องกับศาสนาเหมือนๆ กับศิลปินบ้านเราเท่าไรนัก หรือในบางทีหลายๆ คนที่เคยดูหนังดูละครญี่ปุ่นคงสังเกตเห็นว่า มักมีฉากที่คนญี่ปุ่นแต่งงานกันในโบสถ์คริสต์กันบ่อยครั้ง แม้ว่าไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์ก็ตาม หรือแม้แต่การที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะบอกว่าตนไม่ได้นับถือศาสนาใด ทั้งหมดแล้วพวกเขามีเหตุผลเบื้องหลังอยู่และก็ค่อนข้างเกี่ยวข้องกับเรื่อง ที่เราคุยกันอยู่เหมือนกัน

เมื่อคราวที่แล้วเราได้คุยกันถึงการ เปลี่ยนแปลงของสังคมญี่ปุ่นภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อประเทศสหรัฐอเมริกาเข้ามาดูแลความเรียบร้อยภายในไปบ้าง แต่แท้ ที่จริงแล้วอีกทางด้านหนึ่งสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังเปลี่ยนแปลงความเชื่อและค่านิยมทางศาสนาของชาวญี่ปุ่นอีกด้วย

ใน สงครามครั้งนั้นได้มีการกล่าวอ้างว่าเป็นการทำสงครามเพื่อองค์ จักรพรรดิญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพเจ้าสูงสุดในศาสนาชินโต ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติของญี่ปุ่น แต่ผลของสงครามได้สร้างความรบอบช้ำให้แก่ชาวญี่ปุ่นอย่างมากจนคนรุ่นหลัง เกิดความคิดว่าการยืดถือในศาสนาที่มากเกินไปทำให้เกิดปัญหาตามมา และมีภาพลบต่อคนที่เคร่งครัดในศาสนาเช่นกัน

คำถามก็คือ... แล้วการเปลี่ยนแปลงในความเชื่อทางศาสนานี้ทำให้เกิดอะไรขึ้นกับผู้ บริโภค ญี่ปุ่นบ้างล่ะ??

ผลลัพธ์ที่เห็นได้ก็คือ การขาดที่ยืดเหนี่ยวทางจิตใจเมื่อพบกับปัญหาต่างๆ ในชีวิต ซึ่งคนที่หาทางออกไม่ได้ก็มักจะหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวอย่าง (ซึ่งสถิติคนญี่ปุ่นฆ่าตัวตายปีละประมาณ 30,000 คน) สำหรับคนที่พยายามจะหาทางออกก็จะหันไปพึ่งพาสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการในการแก้ไขปัญหาชีวิต หรือหลบเลี่ยง บรรเทาปัญหาเหล่านั้น อาจเป็นในรูปแบบของลัทธิความเชื่อแบบต่างๆ เช่นการใช้เครื่องรางของขลัง ที่จะเห็นได้จากสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่ขายพวงกุญแจ หรือที่ห้อยโทรศัพท์ แล้วบอกว่าช่วยอะไรให้ได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็น ให้สมหวังในความรัก สอบผ่าน เดินทางปลอดภัย กิจการรุ่งเรื่อง และอื่นๆ รวมไปถึงธุรกิจเพื่อความผ่อนคลายต่างๆ เรียกโดยรวมว่า IYASHI BUNKA (癒し文化)ซึ่งมีตัวเลขการเติบโตของธุรกิจสูงมากในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา อย่างเช่น ดนตรีที่ออกมาในแนวผ่อนคลาย ธุรกิจสปา นวดอโรมา เป็นต้น

แล้ว สำหรับประเทศไทยเราหละ เป็นอย่างไร???

credit : http://www.olrepublic.com/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น