วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

การเตรียมรถ และเตรียมตัว เดินทางไกล

ตอนนี้หน้าฝนแล้ว หลาย ๆ ที่มีปัญหาเรื่องฝนตก ถนนลื่น น้ำท่วมบ่อยมากเลย เลยอยากนำเรื่องการเตรียมตัวสำหรับการขับรถมาแชร์ให้ทุกคนค่ะ เพราะจะต้องเตรียมความพร้อมกันหลาย ๆ อย่าง เพื่อความปลอดภัย ของคนขับ และผู้ที่ร่วมอยู่ในเส้นทางเดียวกัน ห่วงใยตัวเองแล้วอย่าลืมห่วงใยคนรอบข้างนะคะ ^^

แบ่งสองเรื่องคือรถ กะคน งันเอาเรื่องรถก่อนละกัน

ควรจะมีการเตรียมความพร้อมของรถเรื่องแรกก็คงเป็นเรื่องยางก่อน

การเดินทางนั้นลมยางเป็นส่งสำคัญไม่น้อย และหลายๆคนก็ละเลยเรื่องนี้ เราควรเติมลมยางเพิ่มกว่าปกติซัก 2 -3 ปอนล์
แล้วก็มีหลายคนว่าทำไมต้องเติมเพิ่มด้วยละ เหตุผลก็คือในยางที่มีลมอ่อนนั้น จะมีความสามารถในการระบายความร้อนได้ช้ากว่าหรือต่ำกว่าล้อที่มีลมยางแข็งกว่า โมเลกุลของลมยางที่น้อยจะมีพื้นเหลือในล้อมากทำให้มีการขยับตัวได้เยอะกว่า เมื่อมีการขยับตัวที่เยอะกว่า ก็จะเกิดความร้อนได้เยอะกว่า ก็เหมือนหลักการของเตาไมโครเวฟ ที่คลื่นจะทำให้โมเลกุลของวัตถุ เกิดการขยับตัวเพื่อให้เกิดความร้อน
การเติมลมยางนั้นเราควรทำเมื่อยางมีอุณหภูมิต่ำ เช่นตอนเช้าก่อนรถวิ่ง เพราะถ้ารถวิ่งแล้วจะทำให้ลมยางร้อนขึ้น และก็จะทำให้ความดันของลมยางเปลี่ยน ซึ่งหลายๆคนบอกว่าจะทำได้อย่างไร เนื่องจากที่บ้านไม่มีที่เติมลม ก็ต้องไปเติมที่ปั๊มน้ำมัน ก็ทำให้มีสองวิธีต่อมา
คือ เติมตอนวิ่งไปแล้ว ถ้าใช้วิธีนี้ ก็ต้องวิ่งไปไม่เกิน 2 กิโลเมตร หรืออีกวิธี ก็คือ เติมก่อนเข้าบ้านวันก่อนเดินทาง โดยเติมให้เกินซัก ปอนล์ แล้วมาวัดลมยางตอนเช้าก่อนเดินทางก็ได้ ถ้าเกิน ก็ปล่อยลมออก
การเติมลมยางที่มากกว่าปกตินั้นจะช่วยในหลายๆ เรื่องคือช่วยให้ล้อระบายความร้อนได้ดีขึ้น ก็ความร้อนสะสมน้อยกว่าในระยะทางที่เท่ากัน การที่เราเดินทางไกล ส่วนมากก็มีการบรรทุกตามมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นของต่างๆ และผู้โดยสาร ทำให้ยางทำงานหนักมากกว่าปกติการที่มีลมยางเพิ่มขึ้นทำให้ยางยังสามารถรักษาความสามารถของยางให้คงเดิมได้ และสิ่งสุดท้ายก็คือทำให้ประหยัดน้ำมันได้ เพราะใช้ลมยางที่เหมาะสมกะสภาพการบรรทุกและการขับขี่ 

เรื่องต่อมาก็คือ อุปกรณ์ในการเปลี่ยนยางควรเตรียมให้พร้อมไม่ว่าจะเป็นแม่แรง ประแจถอดล้อ รวมถึงอุปกรณ์ลากจุงต่างๆ(ถ้ามีไปด้วยจะดีมาก) เราไม่ได้ใช้ก็ช่วยคนอื่นได้ และที่สำคัญที่หลายๆคนไม่ได้ใส่ใจเลยก็คือ ลมยางของยางอะไหล่ อันนี้สำคัญมากๆ
ต่อมาก็มาดูในห้องเครื่องบ้าง
ก็เริ่มจากดูระดับของเหลวต่างๆ ว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ ถ้าชีวิตนี้ไม่เคยเปิดดูก็น่าจะเป็นโอกาศที่ดีในการทำ ต่อมาก็เติมน้ำใส่กระบอกฉีดน้ำ อันนี้จะช่วยเราได้ตอนเดินทาง เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังต่อไปว่าช่วยในการเดินทางได้ยังไง ของเหลวที่อยู่ในห้องเครื่องนี้ถ้าไม่ได้อยู่ในระดับที่เหมาะสมก็หาเติมซะน่ะคะ แล้วก็พกไปด้วยเผื่อจำเป็นต้องใช้ตอนเดินทาง ของเหลวของผมนี่รวมถึงนำกลั่งแบตเตอร์รี่ด้วยน่ะคะ

ที่นี้เรามาดูว่าอะไรที่ต้องเตรียมไว้บนรถบ้าง

1 ไฟฉาย
2 อุปกรณ์ในการเปลี่ยนล้อ และการลากจุง
3 ร่ม
4 เบอร์ฉุกเฉิน เช่น เบอร์ตำรวจทางหลวงเป็นต้น
5 อุปกรณ์ปฐมพยาบาล(ถ้ามีได้จะดีมาก)


ในการเดินทางการกินเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ดังนั้นถ้าจะกินถ้าเป็นผลไม้ ก็ควรปลอกให้เสร็จ หันเป็นชิ้น พยายามอย่าใช้ของมีคมในรถ เพราะโอกาศการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก บางที่อาจจะถึงชีวิตได้ค่ะ การกินของที่ใช้ไม้เสียบ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรหลีกเลี่ยงด้วยเช่นกัน


การขับรถทางไกลนั้นเราควรมีการพักทุก 3- 4 ชั่วโมง หรือประมาณ 300-400 กิโลเมตร เพื่อเป็นการพักทั้งคนและรถ และเมื่อถึงจุดพัก ไม่ควรดับเครื่องโดยทันที ควรปิดแอร์ และให้เครื่องอยู่ในรอบเดิมเบาซัก 1-2 นาที เพื่อให้น้ำมันเครื่องทำหน้าที่ระบายความร้อนให้เครื่องได้ดีขึ้น ถ้าจะเปิดกระโปงหน้าได้ก็ดีค่ะ แต่ระวังหน่อยนะ เพราะว่ามันจะร้อนมาก และสำคัญอย่างยิ่งสำหรับรถที่เป็นเครื่องเทอร์โบดีเซลควรจะให้อยู่ในรอบเดินเบานานกว่าเครื่องเบนซิน คือประมาณ 2-3 นาที แต่ถ้ามีเทอร์โบทามเมอร์ก็แล้วไป

ในการระหว่างที่รถวิ่งอยู่ในช่วงการเดินทางควร ฉีดน้ำฉีกกระจกเป็นระยะ เพื่อแก้ง่วงได้(ช่วยได้บ้าง) แต่หลักๆ ก็คือเป็นการลดความร้อนของกระจกหน้าลง ทำให้ภายในห้องโดยสารเย็น แต่ที่สำคัญเป็นการทำความสะอาดกระจกหน้า เนื่องจากการที่วิ่งทางไกลฝุ่นจะกะที่กระจกหน้า เป็นเหมืนอฟิล์ม ทำให้เกิดเป็นภาพซ้อนโดยที่เราไม่รู้ตัว เป็นผลทำให้ คนขับต้องใช้สายตามากกว่าปกติ ซึ่งการฉีดน้ำทำความสะอาด ก็เป็นการแก้ปัญหานี้ได้ และการเกิดภาพซ้อนนั้น ก็จะทำให้การกะระยะมีความเพี้ยนด้วยเช่นกัน

การจอดรถ

การจอดรถหลายๆครั้งเราหลีกเลี่ยงการจอดกลางแจ้งไม่ได้ แล้วเราจะทำอย่างไรให้รถเย็นเร็วที่สุด
ถ้าใครมีกันสาด หรือที่เรียกกันว่า เวทเทอร์กาดต์ ถ้าติดเอาสวยหรือไว้สูบบุหรี คราวนี้จะได้ใช้ประโยชน์อื่นกันซักที่ ก็ให้ลดกระจกลงซักเล็กน้อยในอยู่ในระดับที่คนภายนอกมองไม่เห็นว่าลดกระจกลง เท่านี้ก็เป็นทำให้รถเย็นลงได้เยอะมากๆ ผมเองได้ทำแบบนี้ ผมว่าลดความร้อนได้ประมาณ 50% เลยที่เดียว

ถ้าใครไม่มีก็ต้องมาอ่านต่อ

ตอนที่เราจอดรถตากแดดมานาน ก็ให้เปิดประตูหรือลดกระจกทุกบานลง แล้วให้เปิดพัดลมแอร์ให้สุด เพื่อไรความร้อนที่สะสมอยู่ในช่องแอร์ออกให้หมด แล้วค่อยเปิดแอร์ตาม

ต่อมาก็ในฉีดน้ำกระจกหน้า เพื่อเป็นการลดความร้อนกระจกหน้าลง เพราะกระจกหน้ามีพื้นที่ประมาณ 60 % ของตัวรถ
ปล. การฉีดน้ำกระจกหน้าตอนจอดรถตากแดด และระหว่างเดินทางนั้นไม่ต้องกลัวว่าอุณหภูมิน้ำ กับกระจกจะต่างกันเยอะจนทำให้กระจกแตก เนื่องจากอุณภูมิของน้ำฉีดกระจกไม่ใช่น้ำเย็นอย่างที่คิด น้ำจากกระบอกฉีดน้ำอยู่ในห้องเครื่อง ทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูงกว่าน้ำปกติอยู่แล้วจึงไม่เป็นปัญหา

หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะคะ สุดท้าย
ดื่มไม่ขับ นะคะ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น